0

tik tok

2018-12-12 16:00:03 ใน Article » 0 328

Tik Tok พาแบรนด์ไทยดังไกลถึงจีน


 
 
 

ในช่วง 1- 2 ปีที่ผ่านมา คงไม่มีใครไม่รู้จักแอปที่กำลังมาแรงจนขึ้นอับดับ 1 ของโลกในปี 2018 นั่นคือ Douyin หรือชื่อในตลาดไทยว่า Tik Tok
 
Tik Tok เปิดตัวที่ประเทศจีนในปี 2016 เน้นการตัดต่อวีดีโอและใส่เสียงเพลงต่างๆ มีลูกเล่นตกแต่งในแอป เช่น ทำให้ตาโต เปลื่ยนสีผม หรืออาจให้ผู้ใช้ลิปซิ้งก์/เต้นตามจังหวะ ปรับวีดีโอให้ช้า-เร็วสิ่งที่ทำให้ Douyin โดดเด่นในช่วงแรก คือวิธีการแสดงผลวิดีโอในแอป หน้าแรกของแอปไม่ใช่ Feed รวมให้ผู้ใช้ต้องเลือก แต่มีระบบเลือกเนื้อหาแนะนำขึ้นมาแบบเต็มจอ แถมตัววิดีโอก็เล่นอัตโนมัติเสมอ ไม่มีปุ่มควบคุม การชมวิดีโอจึงทำได้โดยการปัดจอแล้วดูไปเรื่อย ๆ

 

ปัจจุบัน Tik Tok มาแรงในประเทศจีนเป็นอย่างมาก ดังนั้นการตลาดจีนยุคใหม่การโฆษณาจึงแทรกตัวอยากใน Tik Tok concept ในการโฆษณาจะล้อไปกับ Tik Tok และเพื่อให้เป็นที่ดึงดูดมากขึ้นได้มีการใช้ดาราหรือเน็ตไอดอลต่างๆ เนื่องจาก Tik Tok ตอบโจทย์คนรุ่นใหม่ที่มีพฤติกรรมเร่งรีบ วิดีโอมีความยาวเพียง 15 วินาที และสามารถเปลื่อนเป็นวิดีถัดไปได้อย่างรวดเร็ว ผู้ชมจะแทบไม่รู้ตัวเลยว่าใช้เวลาชมวิดีโอไปนานเท่าไหร่แล้ว Tik Tok จะเต็มไปด้วยวิดีโอที่หลากหลาย อาจจะเป็นคลิปขำๆในชีวิตประจำวัน  ทำให้ดึงดูดผู้ชมสามารถเลื่อนดูได้อย่างไม่มีวันเหนื่อย

 

ตัวอย่างแบรนด์ไทยที่ประสบความสำเร็จอย่าง Freshdoze 

Freshdoze คือผลิตภัณฑ์ที่ช่วยทำให้ร่างกายสชื่นอยู่เสมอ ซึ่งจะบรรจุอยู่ในฝาขวดน้ำ   วิธีการชงง่ายๆเพียงหมุนแทนฝา เขย่า ดื่ม

 

 
ตัวอย่างแบรนดืต่างประเทศที่ประสบความสำเร็จอย่าง Michael Kors 
Michael Kors แบรนด์สินค้าแฟชั่นสัญชาติอเมริกัน เป็นแบรนด์หรูรายแรกที่มีความร่วมมือกับ Douyin โดยให้ผู้มีอิทธิพล (Influencers) ด้านแฟชั่นบนแอปพลิเคชัน Douyin ที่มียอดผู้ติดตาม (Follower) 4 ล้านคน จำนวน 3 ราย เข้าร่วมอีเว้นท์ของแบรนด์กับ Yang Mi และ Mark Chao ซึ่งเป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์ของ Michael Kors และช่วยกันแชร์คลิปวิดีโอที่ตนเดินแบบคู่กับสินค้าของ Michael Kors เพื่อท้าทายผู้ใช้งานแอปพลิเคชัน Douyin ให้เข้าร่วมกิจกรรม ด้วยการอัดคลิปวิดีโอการเดินแบบของตนในสถานที่สุดชิคและติด Hashtag #City catwalk ผู้ที่มียอด Like มากที่สุด 3 อันดับแรกจะได้รับนาฬิกาข้อมือจาก Michael Kors เป็นของรางวัล ซึ่งแคมเปญการตลาดนี้ทำให้คลิปวิดีโอของ 3 Influencers มียอดการเข้าชมมากกว่า 5 ล้านครั้ง และมีผู้ใช้งานแอปพลิเคชัน Douyin จำนวน 30,000 คนที่โพสต์คลิปวิดีโอการเดินแบบของตนและติด Hashtag ดังกล่าว


 

Tik Tok เปิดตัวที่ประเทศจีนในปี 2016 เน้นการตัดต่อวีดีโอและใส่เสียงเพลงต่างๆ มีลูกเล่นตกแต่งในแอป เช่น ทำให้ตาโต เปลื่ยนสีผม หรืออาจให้ผู้ใช้ลิปซิ้งก์/เต้นตามจังหวะ ปรับวีดีโอให้ช้า-เร็วสิ่งที่ทำให้ Douyin โดดเด่นในช่วงแรก คือวิธีการแสดงผลวิดีโอในแอป หน้าแรกของแอปไม่ใช่ Feed รวมให้ผู้ใช้ต้องเลือก แต่มีระบบเลือกเนื้อหาแนะนำขึ้นมาแบบเต็มจอ แถมตัววิดีโอก็เล่นอัตโนมัติเสมอ ไม่มีปุ่มควบคุม การชมวิดีโอจึงทำได้โดยการปัดจอแล้วดูไปเรื่อย ๆ

กลยุทธการตลาดที่สำคัญของ Tik Tok
ในช่วงเปิดตัวแอปเจาะกลุ่มผู้ใช้คือผู้หญิง วัยรุ่น ที่อยู่ในเมือง และยังกำหนดว่าต้องเป็นคนรุ่นใหม่ บ้านมีฐานะ แต่งตัวมีสไตล์ อาศัยในเมือง และจะให้ดีต้องศึกษาอยู่ต่างประเทศ และบังคับให้ออกท่าทางต่างๆตามเพื่อสร้างความรู้สึกกับผู้ใช้ว่ากำลังเป็นดาราที่มีเอกลักษณ์ จนมียอดดาวน์โหลดเป็นอันดับ 1 ในปี 2018 นี่ถือว่าความสำเร็จของ Tik Tok
การสร้างรายได้ของ Tik Tok นั้นก็ไม่ธรรมดา ซึ่งจะทำในรูปแบบ Social Commerce โดยให้เหล่าอินฟลูเอนเซอร์ร่วมไทด์อินสินค้าแบรนด์ต่าง ๆ เข้าไป กระบวนการขายสินค้าผ่าน Douyin จึงเป็นมากกว่าการไทด์อินปกติ เพราะเพิ่มความบันเทิงจากเสียงเพลงเข้าไปด้วย ในหน้าวิดีโอจะมีปุ่มซื้อสินค้าอยู่ด้านล่าง ซึ่งเป็นได้ทั้งเครื่องแต่งกายที่เจ้าของช่องใส่อยู่ ไปจนถึงสินค้าที่นำมาแทรกในคลิป